วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร วัดพระนอน จังหวัดนครปฐม พระปฐมเจดีย์ถือเป็นปูชนียสถานสำคัญที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช และเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนครปฐม เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และมีความเกี่ยวข้องกับการเข้ามาของพระพุทธศาสนาในดินแดนสุวรรณภูมิตั้งแต่สมัยโบราณ องค์พระปฐมเจดีย์ปัจจุบันเป็นเจดีย์ทรงลังกา สูงประมาณ 120 เมตรเศษ และเป็นหนึ่งในเจดีย์ที่สูงที่สุดในโลก ฐานโดยรอบมีเส้นรอบวงกว่า 230 เมตร
พระพุทธไสยาสน์ ภายใน วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร วัดพระนอน
องค์พระนอนภายในวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร ถือเป็นจุดที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ องค์พระนอนประดิษฐานอยู่ ณ วิหารทิศตะวันตกของวัด องค์พระนอนถูกอัญเชิญและสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการบูรณะและก่อสร้างครอบองค์พระปฐมเจดีย์องค์เดิมครั้งใหญ่
พระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ มีความยาว 17 เมตร ตั้งเด่นสง่าเป็นองค์พระประธานภายในวิหาร มีพุทธลักษณะ คือ พระเศียรหนุนพระเขนย พระพักตร์มีลักษณะสงบ เยือกเย็น
ในทางพุทธศิลป์ พระนอนไม่ได้หมายถึงการบรรทมพักผ่อนทั่วไป แต่สื่อถึงช่วงสุดท้ายของพระพุทธองค์ก่อนเข้าสู่พระนิพพาน นอกจากนี้ภายในห้องด้านในยังมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางเสด็จดับขันธปรินิพพานความยาว 3 เมตรประดิษฐานอยู่ด้วย
ชาวนครปฐมและพุทธศาสนิกชนมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า หากได้มากราบไหว้ขอพรพระนอน จะช่วยให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากอุปสรรค และนำพาซึ่งความสบายใจ จึงเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า “อยากสบายให้ไหว้พระนอน”
พระร่วงโรจนฤทธิ์ อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของชาวนครปฐม
นอกจากพระนอนแล้ว สิ่งที่มีชื่อเสียงมากอีกหนึ่งจุด คือ พระร่วงโรจนฤทธิ์
พระพุทธรูปปางห้ามญาติขนาดใหญ่ สูงจากพระเกศาถึงพระบาท 12 ศอก 4 นิ้ว ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าพระปฐมเจดีย์ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองนครปฐม โดยพระอังคารของรัชกาลที่ 6 ยังบรรจุอยู่ใต้ฐานพระพุทธรูปองค์นี้ด้วย
ทุกวันที่ 2 พฤศจิกายน จะมีงาน “วันเกิดพระร่วง” ซึ่งชาวนครปฐมให้ความสำคัญอย่างมาก
โดยรวมแล้ว วัดพระปฐมเจดีย์ไม่ใช่เพียงวัดสำคัญของจังหวัดนครปฐมเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในดินแดนไทย และองค์พระปฐมเจดีย์เองก็เป็นเหมือนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ซ้อนทับหลายยุคหลายสมัยอยู่ในองค์เดียวกันอย่างน่าทึ่งที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
















