หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นบุตรของ นายคำด้วง และนางจันทร์ แก่นแก้ว เกิดวันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2413 ณ บ้านคำบง ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบัน คือ บ้านคำบง ตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี) ท่านเป็นคนมีสติปัญญาดีมาตั้งแต่กำเนิด เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย ได้เรียนอักขรสมัยในสำนักของอา และมีความขยันหมั่นเพียรชอบการเล่าเรียนศึกษา
ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492 เวลา 02.23 น. ด้วยอาการสงบในท่ามกลางศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย มีเจ้าพระคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นต้น สิริชนมายุได้ 79 ปี 9 เดือน 21 วัน รวม 56 พรรษา
การจัดถวายพระเพลิงศพท่าน ณ วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2493 เมื่อถวายพระเพลิงเสร็จ อัฐิขององค์หลวงปู่มั่นได้ถูกแบ่งแจกไปตามจังหวัดต่างๆ ส่วนประชาชนได้เถ้าอังคารไป
ประวัติพอสังเขป หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ตามความเดิมว่าท่านเป็นคนมีสติปัญญาดีมาตั้งแต่กำเนิด เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย ได้เรียนอักขรสมัยในสำนักของอา และมีความขยันหมั่นเพียรชอบการเล่าเรียนศึกษา เมื่อท่านอายุได้ 15 ปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรในสำนักวัดบ้านคำบง เมื่อบวชแล้วก็ได้ศึกษาหาความรู้ทางศาสนา สวดมนต์และสูตรต่างๆ ในสำนักบรรพชาจารย์ จดจำได้รวดเร็ว อาจารย์เมตตาปรานี ประพฤติปฏิบัติเรียบร้อย เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้
หลังจากบวชได้ 2 ปี บิดาของท่านได้ขอให้ลาสิกขาเพื่อไปช่วยงานทางบ้าน ท่านก็ได้ลาสิกขาออกไปช่วยงานอย่างเต็มความสามารถ ท่านเล่าว่าเมื่อลาสิกขาแล้วก็ยังคิดที่จะบวชอีกอยู่ตลอดเวลา
ต่อมาหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ได้เดินธุดงค์มาปักกลดอยู่ที่บ้านคำบง หลวงปู่มั่นในขณะเป็นฆราวาสได้เข้าถวายการรับใช้และมีจิตศรัทธาในข้อวัตรปฏิบัติของหลวงปู่เสาร์ และได้ถวายตัวเป็นศิษย์ติดตามเดินทางเข้าเมืองอุบลราชธานี
เมื่อท่านอายุได้ 23 ท่านเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2436 ณ วัดศรีทอง (วัดศรีอุบลรัตนาราม) จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีพระอริยกวี (อ่อน ธัมมรักขิโต) เป็นพระอุปฌาย์, พระครูสีทาชยเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูประจักษ์อุบลคุณ (สุ่ย ญาณสโย) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามว่า ภูริทัตโต แปลว่า ผู้ให้ปัญญา ผู้แจกจ่ายความฉลาด
เสร็จอุปสมบทกรรม ท่านได้กลับมาศึกษาวิปัสสนาธุระกับพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ณ วัดเลียบต่อไป โดยได้เรียนกรรมฐานจากพระอาจารย์เสาร์เป็นปกติ และได้ออกไปอาศัยอยู่วัดบูรพารามเป็นครั้งคราว ในระหว่างนั้นได้ศึกษาข้อปฏิบัติเบื้องต้น ส่วนแห่งพระวินัย ปฏิบัติได้เรียบร้อยดีจนเป็นที่ไว้วางใจของพระอุปัชฌาจารย์ และได้ศึกษาข้อปฏิบัติอบรมจิตใจ คือ เดินจงกรมนั่งสมาธิกับการสมาทานธุดงควัตรต่างๆ
ท่านได้แสวงหาวิเวก บำเพ็ญสมณธรรมในที่ต่างๆ แล้วลงไปศึกษากับนักปราชญ์ทางกรุงเทพ จำพรรษาอยู่ที่วัดปทุมวนาราม หมั่นไปสดับธรรมเทศนา กับท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) แล้วออกแสวงหาวิเวกในถิ่นภาคกลาง จนได้รับความรู้แจ่มแจ้งในพระธรรมวินัย สิ้นความสงสัยในสัตถุศาสนา จึงกลับมาภาคอีสาน ทำการอบรมสั่งสอนสมถวิปัสสนา แก่สหธรรมิกและอุบาสกอุบาสิกาต่อไป มีผู้เลื่อมใสปฏิบัติตามมากขึ้นโดยลำดับ มีศิษยานุศิษย์แพร่หลายกระจายทั่วภาคอีสาน
หลังจากนั้น ท่านได้ไปพักจำพรรษาที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ 1 พรรษา แล้วไปเชียงใหม่กับท่านเจ้าคุณพระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ จำพรรษาวัดเจดีย์หลวง 1 พรรษา แล้วออกไปพักตามที่วิเวกต่างๆ ในเขตภาคเหนือหลายแห่ง นานถึง 11 ปี จึงได้กลับมาจังหวัดอุดรธานี พักจำพรรษาอยู่ที่วัดโนนนิเวศน์ 2 พรรษา แล้วมาอยู่ในเขตจังหวัดสกลนครที่วัดป่าบ้านนามน จังหวัดสกลนคร 3 พรรษา และจำพรรษาที่วัดป่าหนองผือ 5 พรรษา มีผู้สนใจในธรรมปฏิบัติได้ติดตามศึกษา อบรมจิตใจมากมาย ศิษยานุศิษย์ของท่านมีมากมายไปไปทั่วทุกภาค เกียรติคุณของท่านนั้นก็เป็นที่เลื่องลือ
ตลอดเวลาท่านได้อบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ทางสมถวิปัสสนาเป็นอันมาก ได้มีการเทศนาอบรมจิตใจศิษยานุศิษย์เป็นประจำวันศิษย์ ผู้ใกล้ชิดได้บันทึกธรรมเทศนาของท่านไว้ และได้รวบรวมพิมพ์ขึ้นเผยแพร่ ชื่อว่า “มุตโตทัย“
ยูเนสโก ยกย่อง หลวงปู่มั่น เป็นบุคคลสำคัญของโลก
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้ปฏิบัติตนตามแนวทางคำสอนพระศาสดาอย่างเคร่งครัด และยึดถือธุดงควัตรด้วยจริยวัตรปฏิปทางดงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นพระผู้เลิศทางธุดงควัตร วางแนวทางในการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนาตามหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าให้แก่สมณะประชาชนอย่างกว้างขวาง จนมีพระสงฆ์และฆราวาสเป็นลูกศิษย์จำนวนมาก
แนวคำสอนของท่านเป็นที่รู้จักกันดีในนามว่า “คำสอนพระป่า” (สายพระอาจารย์มั่น) หลังจากท่านมรณภาพลงยังคงมีพระสงฆ์ที่เป็นลูกศิษย์ของท่านสืบต่อแนวปฏิปทาธรรมปฏิบัติของท่านสืบมาจนปัจจุบัน โดยลูกศิษย์เรียกว่า พระกรรมฐานสายวัดป่า หรือพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก เป็นบุคคลสำคัญของโลก ปี 2563 – 2564 สาขาสันติภาพ ถือเป็นพระสงฆ์รูปที่ 3 ของประเทศไทย เนื่องจากหลวงปู่มั่นเป็นพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน และพระมหาเถระที่คนไทยทั้งประเทศเคารพนับถือ ทั้งในขณะที่ท่านยังดำรงชีวิตอยู่ และละสังขารดับขันธ์ไปแล้ว คุณความดีที่ท่านได้มีคุณูปการต่อทั้งสถาบันศาสนา ชาติ และพระมหากษัตริย์ ท่านยังเป็นที่รู้จักในแวดวงชาวต่างชาติ ต่างภาษา ต่างประเทศ ที่เลื่อมใสในหลักธรรมคำสั่งสอนของท่าน


Thanks for finally writing about > หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
– RB-Thailand < Liked it!
Hello there! Do you use Twitter? I’d like to follow you if
that would be ok. I’m absolutely enjoying your blog and look forward to new posts.
Your point of view caught my eye and was very interesting. Thanks. I have a question for you.